วันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2556

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 5

วันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2556

สิ่งที่ได้เรียนรู้

                   การเขียนชีวประวัติ  การเขียนเรียงความ การเขียนคำขวัญ การกล่าวปิดเปิดงาน
โดยกลุ่มของดิฉันนำเสนอเรื่องการเขียนชีวประวัติ และได้ความรู้วิธีการเขียนดังกล่าวจากการนำเสนอของเพื่อนกลุ่มอื่น ๆ
 การเขียนชีวประวัติ
           ชีวประวัติ คือ งานเขียนชนิดหนึ่งที่เป็นการกล่าวถึงเรื่องราวของบุคคลในช่วงชีวิตชีวประวัติของบุคคลหนึ่ง ๆ ไม่เพียงแต่กล่าวถึง วันเกิด อาชีพ การศึกษา แต่จะมีการกล่าวถึงเรื่องราวของแต่ละช่วงชีวิต และเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในชีวิต

ประเภทของชีวประวัติ

1. ชีวประวัติแบบจำลองลักษณ์
2. ชีวประวัติแบบสดุดีหรือชื่นชม
3. ชีวประวัติแบบรอบวง

หลักการเขียนชีวประวัติ

1. เขียนบอกว่าเขาเป็นใครอย่างไร
2. เขียนด้วยความบริสุทธิ์ใจ
3. เขียนเฉพาะเรื่องของคนจริง บุคคลที่น่าสนใจ คนที่เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต
4. ไม่ควรเขียนด้วยสำนวนหรือเนื้อหาที่เกินความจริง

ลักษณะของชีวประวัติที่ดี

1. เป็นชีวประวัติของบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง มีความน่าสนใจ และน่าศึกษา
2.สามารถแสดง เรื่องราวของบุคคลว่า เป็นใคร มีประวัติความเป็นมาอย่างไร เป็นต้น
3. ใช้ภาษากึ่งแบบแผนหรือใช้ภาษามาตรฐาน

การเขียนเรียงความ

คือ การนำข้อความต่าง ๆ มาเขียนเป็นเรื่องราว ซึ่่งเป็นการเขียนร้อยแก้ว
ประกอบด้วย
- บทนำ
- เนื้อเรื่อง
- บทสรุป

คำขึ้นต้นมักจะเริ่มด้วยคำจำกัดความ บทสนทนา เรื่องน่าตื่นเต้น ฯลฯ
สรุปปิดท้ายเรื่องด้วย สุภาษิต คำคม ข้อคิดเตือนใจ
การเขียนเรียงความนั้นจะมีการใช้โวหารต่าง ๆ ด้วย


การเขียนคำขวัญ
คือ คำที่แต่งขึ้นเพื่อให้เป็นสิริมงคล
มี 2 ประเภท คือ
1. คำหรือข้อความที่แต่งขึ้นเตือนใจ
2. ถ้อยคำที่แต่งขึ้นเพื่อบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ คุณสมบัติ ความคิดโดดเด่น
หลักการเขียนคำขวัญ
1. เขียนให้ตรงจุดมุ่งหมาย
2. ต้องเขียนให้มีใจความสมบูรณ์
และอื่น ๆ


การกล่าวปิดเปิดงาน
คือ คำขึ้นต้นเอ่ยชื่อผู้มีเกียรติเรียงตามตำแหน่งประมาณ 3-5 ระดับ

ความรู้ใหม่
กรุง​เทพฯ ดุจ​เทพสร้าง ​เมืองศูนย์กลาง​การปกครอง วัด วัง งาม​เรืองรอง ​เมืองหลวงของประ​เทศ​ไทย
ได้รู้วิธีการและขั้นตอนการแต่งคำขวัญ และรู้วิธีการกล่าวเปิดปิดงานและการเขียนเรียงความอีกด้วย อีกทั้งทราบว่าชีวประวัติคืออะไรเขียนอย่างไร


ข้อแนะนำ

การเรียนการสอนในวันนี้สนุกมากและได้ความรู้จากการนำเสนองานของเพื่อนแต่ละกลุ่ม และอาจารย์ก็มาสรุปปิดท้ายทำให้ได้รับความรู้เต็มที่ค่ะ

นางสาวหทัยรัตน์  จันหีบ รหัส 55113400198

วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2556

อัตชีวประวัติ

My friends^ ^

อัตชีวประวัติ"Pat"

                 ชื่อ นางสาวหทัยรัตน์   จันหีบ  ชื่อเล่น แพท เชื้อชาติไทย  สัญชาติไทย  นับถือศาสนาพุทธ สถานภาพ : โสด เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2536 ปีระกา อายุ 20 ปี กรุ๊ปเลือด AB  
นิสัยส่วนตัว : ร่าเริง แจ่มใส ใจร้อน 
เป็นบุตรคนที่ 2 มีพี่น้อง 2 คน ชาย 1 คน หญิง 1 คน
ปัจจุบันศึกษา : หลักสูตร  การประถมศึกษา  คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต 

คติประจำใจ

        คนที่อวดฉลาด ย่อมเหมือนคนโง่ เพราะหยุดการพัฒนาตนเอง แต่คนที่ฉลาดนั้น จะคิดว่าตนยังไม่ฉลาด ไม่เก่ง และเห็นข้อบกพร่องของตนเอง ทำให้มีการพัฒนาตนเองอยู่เรื่อยไป

เรื่องราวชีวิตช่วงมัธยมศึกษาตอนต้น

            เช้าวันใหม่ที่สดใส ณ ห้องเรียน ม.2/6 เพื่อน ๆ กำลังทำกิจกรรมรักการอ่านกันอย่างขมักเขม้น ทุก ๆ เช้า นักเรียนทุกคนจะต้องทำกิจกรรมรักการอ่าน แต่ดิฉันกับเพื่อนที่ชื่อแซ็ก ซึ่งเป็นผู้ชายสวย       ไม่สนใจที่จะทำกิจกรรมดังกล่าว เพราะนั่งเล่นหมากเก็บกันอย่างสนุกสนาน เวลาต่อมา อาจารย์ฝ่ายปกครองมาเดินตรวจตราดูความเรียบร้อยภายในห้องเรียน แล้วอาจารย์ก็พบว่าดิฉันกับเพื่อนไม่ยอมทำงาน เอาแต่นั่งเล่นหมากเก็บ อาจารย์จึงทำโทษ โดยการนำเชือกมาร้อยลูกกระดิ่งที่ใช้ในการเล่นหมากเก็บ แล้วนำมาคล้องคอดิฉันกับเพื่อน จากนั้นก็ให้คลานไปกลับบริเวณระเบียงหน้าห้องเรียน           ซึ่งผ่านห้องเรียนห้องอื่นด้วย โดยมีอาจารย์เดินตามและใช้ไม้เรียวตีก้น พร้อมสั่งให้คลานเร็ว ๆ ณ วินาทีนั้น รู้สึกอายมาก เพราะสายของหลาย ๆ คน ต่างมองมาที่ดิฉันกับเพื่อน แล้วก็หัวเราะ รู้สึกเหมือนเป็นตัวตลก ตอนนั้นโกรธอาจารย์มาก ที่ทำให้เราต้องอายเพื่อนคนอื่น ๆ ไม่อยากแม้แต่จะมองหน้าอาจารย์เลย แต่พอเวลาผ่านไปเราใจเย็น หายจากอาการโกรธแล้วก็ทำให้มีสติ คิดทบทวนดูเรื่องราวที่เกิดขึ้น จึงเข้าใจได้ว่าที่อาจารย์ทำโทษเรา เพราะไม่ทำงานที่มอบหมายให้ทำ ดังนั้นเราจึงทำผิด ผิดที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ หลังจากเหตุการณ์นั้นผ่านไป ดิฉันก็หายโกรธอาจารย์แล้ว
              ดิฉันก็ถือว่าเรื่องราวดังกล่าวเป็นประสบการณ์ในชีวิต เป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ที่ให้แง่คิดกับดิฉันมากมาย ซึ่งทำให้ดิฉันรู้จักแยกแยะถูกผิดได้ มีความคิดที่เป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น ดิฉันจะนำประสบการณ์นี้ไปประยุกต์ใช้ในอนาคตต่อไป หากได้มีโอกาสพบกับอาจารย์คนนั้น อยากจะบอกกับอาจารย์ว่า หนูหายโกรธอาจารย์ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วค่ะ หนูชอบที่อาจารย์เป็นคนตลก เฮฮา ถ้าในอนาคตหนูได้รับราชการครู หนูก็จะเป็นครูที่ตลกเฮฮาเหมือนกับอาจารย์ค่ะ "ลูกศิษย์คนนี้รักและคิดถึงอาจารย์เสมอค่ะ"



โดย   นางสาวหทัยรัตน์  จันหีบ  รหัสนักศึกษา  55113400198  ตอนเรียน  D1

วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 4

วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

สิ่งที่ได้เรียนรู้

         ได้เรียนรู้เรื่องการเขียนอัตตชีวประวัติ การเขียนบทวิจารณ์ และการเขียนเพื่อเล่าเรื่อง
และรู้วิธีการนำเสนอที่ดีและการเตรียมความพร้อมของแต่ละกลุ่มที่ออกมานำเสนอผลงาน
อีกทั้งยังทำให้รู้ถึงการทำงานเป็นกลุ่มที่ดีและก่อให้เกิดความสามัคคีทั้งในกลุ่มการทำงานและเพื่อน ๆ ในชั้นเรียนอีกด้วย 

ความรู้ใหม่

  • การเขียนอัตตชีวประวัติ เป็นการเขียนที่ผู้เขียนบอกเรื่องราวของตนเอง เพื่อเผยแพร่ให้คนอื่นได้รับทราบ เช่น การเขียนประวัติส่วนตัวก็ถือว่าเป็นอัตตชีวประวัติเช่นกัน
  • การเขียนบทวิจารณ์ คือการค้นหาข้อดีข้อเสียของเรื่องที่จะวิจารณ์ ชี้ให้เห็นข้อบกพร่องพร้อมทั้งเสนอแนวทางแก้ไขให้ดีขึ้น เป็นการวิจารณ์เพื่อสร้างสรรค์
- ลักษณะของการวิจารณ์ 
        การวิจารณ์เป็นการถ่ายทอดความคิดเห็น ชี้จุดเด่นจุดด้อยและความรู้สึกเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆอย่างสมเหตุสมผลมีความคิดเห็นตรงไปตรงมา เป็นข้อเขียนที่ชัดเจนอ่านแล้วเข้าใจง่าย
- โครงสร้างของบทวิจารณ์
ประกอบด้วย
  1. ชื่อเรื่อง
  2. ความนำหรือประเด็นที่วิจารณ์
  3. เนื้อเรื่อง
  4. บทสรุป
- ขั้นตอนการวิจารณ์
  1. การสรุปแนวคิดและสาระของเรื่อง
  2. การวิเคราะห์กลวิธีการแต่ง
  3. การประเมินคุณค่า
  • การเขียนเพื่อเล่าเรื่อง คือ การนำเรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งที่ผู้เขียนประสบกับตนเองหรือกับบุคคลอื่น มาถ่ายทอดให้ผู้อ่านทราบ เช่น การเขียนสารคดีชีวประวัติหรืออัตตชีวประวัติ การเขียนสารคดีท่องเที่ยว เป็นต้น
- จุดประสงค์ในการเขียนเล่าเรื่อง
  1. เพื่อให้เกิดความเพลิดเพลิน
  2. เพื่อถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์และข้อคิดให้ผู้อื่นทราบ
  3. เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกอารมณ์
  4. เพื่อเป็นคติสอนใจและแนวทางในการดำรงชีวิต
- ลักษณะของการเล่าเรื่องที่ดี
  1. มีการเริ่มเรื่องดี
  2. มีรายละเอียดที่น่าสนใจ
  3. ประกอบด้วยตัวละคร บุคคลหรือสิ่งที่น่าสนใจ
  4. เป็นเรื่องหรือเหตุการณ์ที่ไม่ใช่ปกติธรรมดา
  5. มีจุดสุดยอดที่ตื่นเต้นเร้าใจ
  6. แทรกความเขบขัน
  7. ทำให้เกิดความเข้าใจใคร่ติดตาม
  8. จบเรื่องเหมาะสม
- วิธีการเขียนเล่าเรื่อง
  1. เตรียมเนื้อเรื่อง
  2. เลือกเนื้อเรื่อง
  3. เรียงลำดับเหตุการณ์
  4. พิจารณาเนื้อเรื่อง
  5. เลือกใช้สำนวนภาษาให้เหมาะสม
  6. กำหนดโครงเรื่องที่เตรียมไว้
  7. การเตรียมโครงเรื่อง
  8. ลงมือเรียบเรียง
  9. ใช้ประโยคนำเรื่องให้น่าสนใจ
  10. นำเรื่องไปสู่จุดสุดยอด
  11. จบเรื่องในลักษณะที่ชวนให้ผู้อ่านรู้สึกว่าความขัดแย้งหรือปัญหาได้คลี่คลายแล้ว
  12. ต้องมีลีลาการเขียน เช่น การใช้โวหารแต่ละชนิดในการเขียน

ข้อเสนอแนะ

          การเรียนในวันนี้ได้ความรู้เกี่ยวกับการเขียนอัตตชีวประวัติ การเขียนบทวิจารณ์ และการเขียนเพื่อเล่าเรื่อง ได้ความสนุกสนานเพลิดเพลินกับกลวิธีในการนำเสนองานของแต่ละกลุ่ม ทำให้เห็นข้อดีและข้อบกพร่องของแต่ละกลุ่มที่แตกต่างกันไป และดิฉันจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานครั้งต่อไปค่ะ

นางสาวหทัยรัตน์  จันหีบ  รหัสนักศึกษา 55113400198 ตอนเรียน D1

วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 3

วันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

สิ่งที่ได้เรียนรู้

ข้อแนะนำเรื่องการใช้คำ

ใช้คำให้ตรงความหมาย
  • ความหมายโดยตรงหรือนัยตรง
  • ความหมายโดยนัยหรือนัยประหวัด (ความหมายแฝง)
เช่น  

เก้าอี้

กิน













เต่า
หมู








            
กล้วย




















ตัวอย่าง
                    คำว่ากิน     =  "กินใจ"         หมายถึง  โดนใจหรือถูกใจ
                                      =  "กินเด็ก"       หมายถึง   มีแฟนเด็ก
                    คำว่ากล้วย =  "งานกล้วย"  หมายถึง  งานที่ทำได้ง่าย
                    คำว่าหมู     =  "งานหมู ๆ"   หมายถึง  งานที่ทำได้ง่าย 
  • คำที่มีหลายความหมาย
เช่น "ขัน"  =  หมายความว่า
                      - ไก่ขัน       หมายถึง   อาการร้องเป็นเสียง
                      - ขัน           หมายถึง   ภาชนะใส่น้ำ
                      - ขันเชือก  หมายถึง   ทำให้แน่นหรือตึง
       "ขัด"  =    หมายความว่า
                         - ไม่คล่อง
                         - ไม่ลงรอยกัน
                         -  ฝ่าฝืน
                         - ทำความสะอาด
  • คำที่มีความหมายคล้ายกัน
ตัวอย่าง

ชุก/ชุม/ชุกชุม
- ช่วงเดือนเมษายนมีผลไม้ชุก
- ที่บ้านยุงชุม
- สมัยก่อนหมู่บ้านนี้มีโจรผู้ชายชุกชุม

ชุก = มีขึ้นเยอะ มีอยู่เยอะ
ชุม = มารวมกัน
ชุกชุม = มารวมกันอยู่ ณ บริเวณใดบริเวณหนึ่ง 

เผยแพร่/เผยแผ่
- บทความนี้ได้รับการเผยแพร่สู่สังคมอย่างกว้างขวาง
- ข่าวการเตรียมการแต่งงานของชาคริตและวุ้นเส้นเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว
- พระสงฆ์ไทยกลับจากไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในลังกา
*เผยแผ่จะใช้กับศาสนา

เผยแพร่ = โฆษณาให้แพร่หลาย มุ่งให้คนรู้จัก
เผยแผ่ = ทำให้ขยายออกไป

นิสิต/นักศึกษา
  • ฉันเป็นนิสิตมหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ
  • นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมรณรงค์ประหยัดพลังงาน
  • นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตงดกิจกรรมรับน้อง
- นิสิต = ศิษย์ที่เล่าเรียนอยู่ในสำนัก ผู้อาศัย เป็นคำเรียกผู้เรียนในสถานศึกษาบางแห่ง
- นักศึกษา = ผู้มีความรู้สอบไล่ได้ ไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลาย ตามหลักสูตรของกระทรวง         ศึกษาธิการ ซึ่งเข้ารับการศึกษาในอุดมศึกษา
และยังมีตัวอย่างอื่น ๆ อีกมากมาย 

  • คำลักษณนาม
  1. ที่บ้านมีปิ่นโต 2 เถา
  2. ช้างป่าตัวนั้นกำลังกินสับปะรด
  3. ที่อุโบสถหลังนั้นมีพระสงฆ์ 5 รูป สามเณร 2 รูป และแม่ชี 8 คน 
  4. ภิกษุ 2 รูป
  5. วันนี้ให้พรแก่อาละดินเพียง 3 ประการ เท่านั้น
  6. ปลาย่างเรียงกันเป็นตับ
  • คำเชื่่อม
( กับ และ หรือ เพราะ....จึง  เพราะฉะนั้น แต่ แม้...ก็)
  • คำในสำนวน
ตัวอย่าง

      - ยังไม่ทันเห็นข้อสอบนักศึกษาหลายคนก็......กลัวว่าจะสอบตก

ตรงกับสำนวนที่ว่า ตีตนก่อนไข้ = กังวลทุกข์ร้อนหรือหวาดกลัวในเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น

       - คนที่เห็นว่ายาเสพย์ติดเป็นสิ่งที่ดี คือคนที่......

ตรงกับสำนวนที่ว่า  เห็นกงจักรเป็นดอกบัว = เห็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

และยังมีสำนวนอื่น ๆ อีกมากมาย

  • คำหลีกเลี่ยง
            - การใช้ตัวย่อ   เช่น จยย. พนง. สบม.  และอื่น ๆ
            - คำแสลง       เช่น ฝุดๆ  ชิลชิล(ชิวชิว) แกสบี้ เป็นต้น
            - คำต่างประเทศที่มีคำไทยใช้แทน 
เช่น
             คุณทำงานนี้ไม่เวิร์คเลย  =   คุณทำงานนี้แล้วไม่เกิดผลลัพธ์ที่ดีเลย
             น่าจะเช็กกันให้ดีก่อน      =   น่าจะตรวจสอบกันให้ดีก่อน

            - คำฟุ่มเฟือย  เช่น  เขาถูกชกด้วยหมัด  =  เขาถูกชก
            - คำกำกวม เช่น เขาไปกินข้าวเย็น
            - คำที่มีความหมายขัดแย้งกัน เช่น เรือค่อยๆ แล่นผ่านหน้าวัดอย่างรวดเร็ว
            - คำต่างศักดิ์ (ราชาศัพท์ที่ใช้ต่างกันตามพระอิสริยศักดิ์)
            - คำที่สะกดไม่ถูกต้อง เช่น อนุญาต สะกดผิดเป็น อนุญาติ

ความรู้ใหม่

  • ได้รู้ในเรื่องของการใช้คำที่ถูกต้อง 
  • ได้รู้ที่มาของคำว่านิสิตกับนักศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวมากที่ควรรู้ เพื่อสามารถอธิบายหรือบอกต่อในอนาคตได้  
  • ได้รู้สำนวนใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยได้ยิน หรืออาจจะพอได้ยินมาบ้างแต่ยังไม่ทราบความหมาย 

ข้อเสนอแนะ


  • วันนี้ก็เพิ่งได้รับหนังสือทักษะการเขียนสำหรับครูมา เล่มใหญ่มาก แต่ก็ดีใจที่ได้หนังสือเรียนมา     จะได้สามารถอ่านทำความเข้าใจก่อนเรียนได้
  • การเรียนการสอนวันนี้สนุกมากค่ะ มีการโต้ตอบระหว่างอาจารย์กับนักศึกษาตลอดคาบเรียนเลย
  • ดิฉันมีความสุขมากกับการเรียนวิชานี้ และก็เห็นว่าเพื่อนๆ มีความสุขเหมือนกัน ต้องอย่างนี้ค่ะถึงจะเรียกว่า "การเรียนการสอนที่ผู้เรียนมีส่วนร่วมค่ะ"
* ดัง  "กฎแห่งผลที่พึงพอใจ ของธอร์นไดค์ (Law of  Effect) เมื่อบุคคลได้รับผลที่พึงพอใจย่อมอยากจะเรียนรู้ต่อไป"

# ขอขอบคุณอาจารย์ที่ทำให้ชีวิตในวันจันทร์มีสีสันเพิ่มมากขึ้นค่ะ #

นางสาวหทัยรัตน์  จันหีบ รหัสนักศึกษา 55113400198 ตอนเรียน D1

วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 2

วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.. 2556

สิ่งที่ได้เรียนรู้


            การเรียนในวันนี้ ดิฉันได้เรียนรู้เรื่อง “ภาษา” ซึ่งจำแนกออกเป็นดังนี้ ความหมายของภาษา ประเภทของภาษา ลักษณะทั่วไปของภาษา ลักษณะเฉพาะของภาษาไทย และภาษาพูดกับภาษาเขียน โดยอาจารย์ได้สรุปว่าภาษา หมายถึง การพูดหรือถ้อยคำ ต่อมาหลังจากที่อาจารย์ได้อธิบายถึงลักษณะเฉพาะของภาษาไทย จึงมีความประสงค์ที่จะชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของภาษาไทย โดยมีคำสั่งให้นักศึกษารวมกลุ่มถอดความและขยายความในบทประพันธ์ที่อาจารย์กำหนดให้กลุ่มละ 1 บาท พร้อมออกไปนำเสนอหน้าชั้นเรียน จากนั้นก็สอนเรื่องภาษาพูดกับภาษาเขียน เมื่อสอนเสร็จแล้ว ได้มีคำสั่งให้ทำใบงานพร้อมส่งอาจารย์

ความรู้ใหม่


ดิฉันได้ฟังที่อาจารย์กล่าวในชั้นเรียน จึงทำให้เข้าใจได้ว่า ภาษาจะต้องมีเสียงและความหมาย มีระบบระเบียบและไวยากรณ์เป็นของตัวเอง บางทีภาษาก็สามารถอาศัยสิ่งแวดล้อมเป็นตัวกำหนดในการเรียกสิ่งของ และภาษามีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ซึ่งทำให้ความหมายเปลี่ยนไป และทำให้ทราบถึงความแตกต่างระหว่างภาพูดกับภาษาเขียน ส่งผลให้ดิฉันสามารถจำแนกภาษาพูดออกจากภาษาเขียนได้

เกร็ดความรู้ภายในชั้นเรียนที่ก่อให้เกิดความรู้ใหม่ มีดังนี้
  •  ภาษาบาลีและสันสกฤตไม่มีตัวอักษร เมื่อเข้ามาอยู่ในภาษาใดจะนำเอาภาษานั้นเป็นตัวอักษร


  • ภาษาไทยยืมภาษาบาลีและสันสกฤตมาใช้มากที่สุด


  • ลักษณะการขันของไก่ในแบบของไทย จีน และฝรั่งมีความแตกต่างกัน (ดิฉันมีความรู้สึกประทับใจมากค่ะที่ได้ฟังเรื่องดังกล่าว)


  • รู้จักการถอดความ ตีความหมาย และขยายความในบทประพันธ์


  • การได้ฟังเรื่องเล่าจากประสบการณ์ของอาจารย์ เรื่องการเขียนจดหมายราชการ ทำให้ดิฉันตระหนักถึงความสำคัญของการเขียนงานส่งอาจารย์ในแต่ละวิชาว่าต้องมีความรอบคอบตรวจสอบงานให้ดีก่อนที่จะส่ง เพื่อไม่เสียเวลากลับมาแก้ไขใหม่ อีกทั้งยังฝึกให้เป็นนิสัยอีกด้วย


  • อาจารย์ได้นำข้อมูลข่าวสารมาแจ้งให้นักศึกษาทราบเรื่องการแข่งขันทางวิชาการ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองและมหาวิทยาลัยอีกด้วย


  • อาจารย์ได้ให้ข้อคิดไว้ว่า “ถึงแม้ว่าบางครั้งนักศึกษาจะบอกว่า Face book คือบ้านของหนู แต่หนูอย่าลืมนะว่าหนูรับเพื่อนเข้าบ้านหนูด้วย” โดยอธิบายว่า Face book ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัว เพราะมีคนอื่นด้วย จะเขียนหรือจะทำอะไรให้ใช้ความระมัดระวัง เพราะเป็นสิ่งที่ผู้เขียนไม่มีโอกาสแก้ไขได้ และภาษาที่ใช้บางครั้งจะสะท้อนถึงตัวเรา 


ข้อเสนอแนะ


           การเรียนการสอนในวันนี้ “สมบูรณ์แบบ” มากค่ะ ถ้าเปรียบเหมือนกับอาหารก็เปรียบเสมือนอาหารที่จัดวางอยู่บนโต๊ะจีน ซึ่งมีอาหารครบทุกรสชาติและหลากหลายรูปแบบให้เลือกรับประทาน เหตุผลที่ดิฉันกล่าวเช่นนี้เพราะว่า อาจารย์มีการเตรียมการสอนมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าสู่บทเรียนก็จะถามความหมายของภาษาในแนวความคิดของนักศึกษาก่อนแล้วจึงสอนเนื้อหา ทำให้ดิฉันและเพื่อนๆ ให้ความสนใจและต้องการจะเรียนรู้ในสิ่งที่จะสอน เนื้อหาที่สอนก็สรุปประเด็นชัดเจน ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น มีการยกตัวอย่างให้เห็นภาพอย่างชัดเจน รวมทั้งสื่อการเรียนการสอนมีความหลากหลาย เช่น power point VDO และอื่นๆ อีกทั้งยังแนะนำในเรื่องของการใช้ภาษา คือ ต้องรู้จักใช้ภาษาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ หรือการสนทนากับผู้ใหญ่


       ดิฉันมีความสุขกับการเรียนในวันนี้มากค่ะ หวังว่าการเรียนการสอนตลอดทั้งเทอมนี้ ดิฉันและเพื่อนๆจะได้รับความสุขแบบนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขอบคุณค่ะ


นางสาวหทัยรัตน์  จันหีบ  รหัส  55113400198  ตอนเรียน D1

วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่1

        วันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 ซึ่งเป็นวันแรกในการพบกันระหว่าง ดร.วัชรพล วิบูลยศวิน กับ นักศึกษาคณะครุศาสตร์ สาขา การประถมศึกษา ตอนเรียน D1

สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้

         การมาเรียนของดิฉันในวันนี้ ทำให้ทราบ ข้อมูลส่วนตัวของอาจารย์ผู้สอน กฏเกณฑ์ที่อาจารย์กำหนดสำหรับการให้คะแนน  การวัดและประเมินผล และเนื้อหาบทเรียนที่จะสอน
        อาจารย์ได้กล่าวในชั้นเรียนว่า "วิชานี้เป็นวิชาพัฒนาทักษะการเขียน เราจะต้องเรียนรู้วิธีการสอนการเขียน ซึ่งเป็นจุดมุ่งเน้น" เมื่อดิฉันได้ฟังก็ทำให้เข้าใจและตระหนักเห็นถึงความสำคัญของวิชานี้มากขึ้น หลังจากนั้นอาจารย์ก็ได้มอบหมายงานให้นักศึกษาทำ มีทั้งงานกลุ่ม งานเดี่ยว โดยชี้แจงขั้นตอนการทำงานอย่างละเอียด ซึ่งส่วนหนึ่งของงานก็คือต้องไปสมัคร Blogspot เพื่อทำการบันทึกสะท้อนการเรียนในแต่ละสัปดาห์ส่งอาจารย์ โดยส่วนตัวแล้วดิฉันไม่เคยใช้ Blogspot จึงก่อให้เกิดอุปสรรคในการทำงานเล็กน้อย แต่อุปสรรคนั้นก็ทำให้ได้รับความรู้จึงเกิดเป็นประสบการณ์ในชีวิต
       ช่วงท้ายชั่วโมง อาจารย์นำเสนอบทบาทของครูยุคใหม่ให้นักศึกษาดู จากนั้นให้ทำใบงานเรื่องบทบาทของครูยุคใหม่ตามแนวความคิดของนักศึกษา ซึ่งการทำใบงานชิ้นนี้ทำให้ดิฉันได้ระดมความคิดต่างๆ มากมาย ว่าบทบาทของครูยุคใหม่ต้องเป็นแบบนั้นหรือแบบนี้ ก่อให้เกิดจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานชิ้นนี้เป็นอย่างยิ่ง

ความรู้ใหม่


  • ดังคำพูดที่อาจารย์ได้กล่าวในชั้นเรียน "พวกเราเป็นครู เป็นเหมือนสปอร์ตไลต์ที่ส่องลงมา ควรเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักเรียน" ทำให้ดิฉันรู้สึกประทับใจ และจะนำข้อคิดนี้ไปประยุกต์ใช้ในอนาคตข้างหน้า
  • จากงานที่ได้รับมอบหมายทำให้ดิฉันรู้จัก Blogspot ว่าคืออะไร และสามารถเข้าไปใช้งาน Blogspot ได้


ข้อเสนอแนะ

        ดิฉันมีความคิดว่า อยากจะให้อาจารย์ยืดระยะเวลาในการส่งงานเป็นส่งก่อนเที่ยงคืนวันจันทร์ที่จะเรียน ทำเช่นนี้ตลอดทั้งเทอม อาจจะดูเหมือนว่าให้เวลาเยอะไป แต่เพื่อเปิดโอกาสให้กับคนที่ไม่พร้อมทางด้านอุปกรณ์หรือเทคโนโลยี หรืออาจจะมีปัญหาในเรื่องไม่เข้าใจหรือทำไม่เป็น สุดท้ายนี้ดิฉันคิดว่างานชิ้นใดก็ตามที่มีเวลาในการทำงานเยอะๆ งานชั้นนั้นจะออกมาสมบูรณ์และสวยงาม ขอบคุณคะ

นางสาวหทัยรัตน์  จันหีบ รหัส 55113400198 ตอนเรียน D1